หนังใหม่ แนะนำหนังแนวดราม่าเหยียดสีผิว 5 เรื่อง

การเหยียดสีผิวเป็นประเด็นที่อ่อนไหว หนังใหม่ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในอดีตที่มีการเหยียดสีผิวที่รุนแรงมากที่สุด คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวนั่นเอง ในแถบอเมริกานั้นการเหยียดสีผิวรุนแรงมากในสมัยก่อน โดยมีแนวคิดที่ว่าคนผิวขาวคือชนชั้นสูงและเหยียดคนที่มีสีผิวแตกต่างจากตน โดยเฉพาะคนผิวสีที่โดนการเหยียดอย่างรุนแรงและได้รับการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม หากอยากรู้ว่าการเหยียดผิวนั้นร้ายแรงอย่างไร ให้ลองดูหนังที่จะแนะนำต่อไปนี้แล้วจะตระหนักและรู้ได้ถึงความโหดร้ายของการเหยียดผิว นอกจากนี้ยังทำให้คนดูได้ตระหนักและคิดได้ว่าไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง

5. 42

นี่ไม่ใช่หนังกีฬาทั่วไป แต่เป็นภาพยนตร์แนวชีวประวัติของนักเบสบอลในตำนานของอเมริกาที่มีชื่อว่าแจ็คกี้ โรบินสัน เป็นนักเบสบอลผิวสีคนแรกที่ได้กลายเป็นนักเบสบอลผิวสีคนแรกท่ามกลางคำดูถูกและเหยียดหยามเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนผิวสี แจ็คกี้ โรบินสันได้พบกับผู้บริหารของทีม MLB แบรนซ์ ริคกี้ ที่ได้ทำการเซ็นสัญญาร่วมแข่งขันในไมเนอร์ลีก แต่ริคกี้ได้เห็นถึงความสามารถและรู้สึกประทับใจ จึงได้ทำการผลักดันเขาให้กลายเป็นนักเบสบอลผิวสีคนแรกที่ประสบความสำเร็จให้เห็นในด้านฝีมือการเล่นนั่นเอง ในสมัยนั้นแจ็คกี้ถือได้ว่ามีความกล้าหาญในการลุกขึ้นต่อสู้กับคำดูถูกเหยียดหยามและเสียงคัดค้านของชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก เป็นหนังที่จิกกัดสังคมได้เป็นอย่างดีและทำให้เราได้ตั้งคำถามว่าทำไมถึงเกลียด เกลียดเพียงเพราะสีผิวเท่านั้นหรือว่าเกลียดว่าสังคมและครอบครัวบ่มเพาะให้เกลียดจึงเกลียด

ดูหนังออนไลน์

ตัวละครที่ชื่อว่าแจ็คกี้นั้นเป็นคนที่ค่อนข้างใจร้อนและมักจะโต้เถียงกับคำด่าอยู่เสมอ ต้องยอมใจเขาเลยจริง ๆ กับการลงสนามแข่งเบสบอล หนัง ท่ามกลางคำด่าทอแทนเสียงเชียร์ สิ่งที่เป็นตำนานของเขานี้คือเขาเป็นนักเบสบอลที่ใส่เสื้อเบสบอลหมายเลข 42 และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าใส่เสื้อเบอร์นี้อีกเลย ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แน่ชัด อาจเป็นเพราะความเป็นตำนานทำให้ไม่มีใครกล้าเอื้อมแตะ แต่ในทุก ๆ ปีก็จะมีนักเบสบอลทุกคนใส่เสื้อเบสบอลที่มีหมายเลข 42 ที่หลังเพื่อเป็นการรำลึกถึงนักเบสบอลผิวสีที่ชื่อว่าแจ็คกี้ โรบินสัน

4. Lincoln ลินคอล์น

เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของอับบราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกาและยังเป็นคนที่ปลดแอกในการเลิกทาส ทำให้เป็นที่นับถือและยกย่องในประเทศเป็นอย่างมาก มีการนำเรื่องเล่าและชีวประวัติของลินคอล์นผู้นี้ไปทำเป็นหนังอีกหลายเรื่อง ส่วนเรื่องที่มาแนะนำเป็นหนัง Lincoln ที่กำกับโดยสตีเว่น สปีลเบิร์กนั่นเอง เป็นเรื่องราวในช่วงการเลิกทาสและยุติการทำสงครามทุกอย่าง ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ความพยายามของอับราฮัม ลินคอล์นก็ประสบความสำเร็จในการเลิกทาสได้นั่นเอง เป็นเรื่องราวที่ถ่ายทอดสังคมเหยียดผิวสีและแบ่งชนชั้นผ่านทางการเมืองได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางความขัดแย้งของนโยบาลอันเป็นผลนำไปสู่สงครามกลางเมืองชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงและโหดร้ายในช่วงนั้นที่มีต่อคนผิวสีเป็นอย่างมาก รวมไปถึงผลประโยชน์ทางการเมืองต่าง ๆ อีกด้วย หากคนที่ไม่มีความรู้ในด้านประวัติศาสตร์อเมริกาแล้วก็อาจจะดูให้เข้าใจได้ยากเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมนั่นเอง

3. The Butler เกียรติยศพ่อบ้านบันลือโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Lee Daniel’s the Butler เป็นหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทความเรื่อง A Butler Well Served by This Election เป็นเรื่องราวชีวิตจริงของอดีตพ่อบ้านในทำเนียบขาวนามว่ายูจีน อัลเลน เรื่องราวในหนังจะเกี่ยวกับเซซิล เกนส์ ที่ได้รับหน้าที่ในการบริหารงานของประธานาธิบดีในช่วงปี 1957-1986 ก่อนที่ชายผิวสีคนนี้จะได้กลายมาเป็นพ่อบ้านในทำเนียบขาว ในอเมริกายังเต็มไปด้วยการเหยียดหยามคนผิวสีมากมาย ในวัยเด็กของเซซิล เกนส์ เขาได้สูญเสียพ่อจากการถูกเจ้านายคนขาวยิงเสียชีวิตโดยไม่ได้มีการลงโทษใด ๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มย้ายที่อยู่เข้ามาอยู่ในทำเนียบขาวซึ่งเป็นเขตที่ดูเหมือนจะมีความวุ่นวายน้อยที่สุด เขาได้รับโอกาสในตำแหน่งพ่อบ้านของประธานาธิบดีและได้กลายเป็นพยานสำคัญในเหตุการณ์ของประวัติศาสตร์ รวมไปถึงเรื่องการเมืองต่าง ๆ อีกด้วย ในอีกด้านหนึ่ง เซซิล เกนส์มีภรรยาอันเป็นที่รัก กลอเรียและลูกชายอีกสองคน ครอบครัวของเซซิลนั้นได้รับอภิสิทธิ์ให้อยู่ในบ้านของชนชั้นกลางและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าครอบครัวอื่น ๆ แต่ครอบครัวของเขานั้นก็มีปัญหาและเกิดความเครียดต่าง ๆ เกิดขึ้นอีกด้วย เป็นสิ่งที่เซซิลจะต้องทำการแก้ไขปัญหาทั้งครอบครัวและปฏิบัติหน้าที่พ่อบ้านให้ดีที่สุด

2. 12 Years a Slave ปลดแอก คนย่ำคน

เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของชายที่ชื่อว่าโซโลมอน นอร์ธัป ชาวแอฟริกัน-อเมริกันได้ถูกลักพาตัวและนำไปขายเป็นทาสใช้แรงงานเป็นเวลากว่า 12 ปีกว่าจะได้รับอิสรภาพ ในช่วงปี 1841 โซโลมอน ทำงานเป็นช่างไม้ที่มีฝีมือและอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกอย่างมีความสุข อยู่มาวันหนึ่งได้มีชายสองคนได้เสนองานบางอย่างให้กับโซโลมอนเกี่ยวกับเครื่องดนตรี แต่ทว่าเขากลับถูกชายสองคนทำร้ายและสลบไป ตื่นขึ้นมาอีกทีเขาพบว่าตนกำลังจะถูกส่งไปขายเป็นทาส จนกระทั่งเขาได้ถูกซื้อตัวไปโดยเจ้าของโรงงานฝ้าย ดูหนัง และได้เกิดขัดแย้งนำไปสู่เรื่องราวต่าง ๆ นานา ภายในหนังนั้นนำเสนอประเด็นเหยียดสีผิวและเรื่องทาสได้อย่างโหดร้ายมากที่สุด เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนในตลาดค้าทาสที่แต่ละคนได้รับการปฏิบัติไม่ต่างกับวัวกับควาย เป็นหนังชีวประวัติที่ทำให้เรารู้สึกสงสารและหดหู่ใจในเหตุการณ์ที่แทบจะไม่น่าเชื่อวว่าเคยเกิดขึ้นจริงมาก่อน การนำเสนอเนื้อเรื่องนั้นทำได้สมจริงและทำให้คนดูอินกับตัวละครได้อย่างมากจนทำให้แทบจะลุกขึ้นไปซัดหน้าตัวร้ายโดยทันทีแต่ก็ทำไม่ได้ คำพูดอันกินใจของโซโลมอนในเรื่องก็เป็นที่สุดของเรื่องมากกับคำว่า ฉันไม่ได้อยากมีชีวิตรอด ฉันเพียงแต่ปรารถนาในการใช้ชีวิต แน่นอนว่าน้ำตาไหล ไหลเป็นสายน้ำจริง ๆ 

1. The Help คุณนายตัวดีกับสาวใช้คนดำ

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะมีชื่อไทยที่อ่านแล้วขัดใจ พาลให้คิดว่าเป็นหนังแนวตลกมากกว่า แต่ความจริงแล้วเป็นภาพยนตร์ออกไปทางดราม่าเกี่ยวกับผิวสีเสียมากกว่า เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1963 ที่มิสซิสซิปปี้ ในช่วงที่มีการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของพลเมืองชาวผิวสีที่ถือว่าเป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุดในอเมริกาช่วงนั้นเลยทีเดียว เป็นเรื่องราวของสาวใช้ผิวสีนามว่าเอบิลีน คลาร์ก ที่ทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านของคนผิวขาวมาตลอด 17 ปี เรื่องราวของเธอถูกถ่ายทอดผ่านการสัมภาษณ์ของนักข่าวหญิงสกีตเตอร์ที่ทำให้เห็นเห็นถึงความสัมพันธ์และประเด็นต่าง ๆ ได้มากมายจนเกิดเป็นมิตรภาพระหว่างสาวใช้ผิวสีและสาวผิวขาวขึ้นมา ทำให้สกีตเตอร์ตัดสินใจที่จะหยิบยกเรื่องราวถ่ายทอดออกเป็นหนังสือที่ต้องการบอกเล่าถึงการทำงานเป็นสาวใช้ในบ้านของคนผิวขาวและได้รับคำดูถูกเหยียดหยามต่าง ๆ มากมายท่ามกลางคำคัดค้านในสังคมที่ยอมรับในเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ด้วยมิตรภาพของพวกเขาทำให้พพวกเขาตัดสินใจก้าวข้ามผ่านเสียงวิจารณ์อันรุนแรงต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าปัญหาที่สาวใช้ผิวสีทุกคนต้องเจอกับอะไรบ้าง ทำให้คนดูอย่างเรารู้สึกสงสารในชีวิตของพวกเขาทั้ง ๆ ที่ไม่สมควรที่จะได้รับการปฏิบัติแบบนั้นเลย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเกิดความประทับใจในมิตรภาพต่างสีผิวที่ทำให้เรารู้สึกซึ้งและแอบน้ำตาซึมเล็กน้อย

จบไปแล้วกับการรีวิว 5 หนังเหยีดยสีผิว อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังดราม่าใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai